

7 โรคยอดฮิตที่น้องแมวเป็นมากที่สุด – ทาสหลาย ๆ บ้านคงจะเคยเห็นเจ้านายมีอาการจาม น้ำมูกไหล ท้องเสีย เพลีย ซึม หรือถึงขั้นขนร่วง ผอมซูบ ทำให้ทาสอย่างเรากินไม่ได้นอนไม่หลับเพราะไม่รู้ว่าน้องแมวเป็นอะไร จะอันตรายถึงชีวิตไหม ซึ่งเหล่าทาสรู้ไหมว่า อาการต่าง ๆ เหล่านี้อาจเป็นสาเหตุของโรคที่คาดไม่ถึง หากไม่รีบไปหาคุณหมออาจเป็นอันตรายต่อลูก ๆ ของเราได้ Happy Tag ได้รวบรวม 7 โรคยอดฮิตที่น้องแมวเป็นมากที่สุดมาให้เหล่าทาสได้รู้จัก และสาเหตุของโรค เพื่อให้ทุกคนรู้วิธีป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นกับน้อง ๆ ในอนาคต
น้องแมวที่เป็นไข้หวัดจะมีอาการไอ จาม มีขี้ตาเยอะและตาอักเสบ หรือน้องเจ็บตามากจนลืมตาไม่ขึ้น มีน้ำมูกใสไปจนถึงเขียวข้น หายใจลำบาก ไม่ค่อยกินอาหาร เจ็บปาก น้ำลายไหลยืด มีแผลในปากและเหงือกอักเสบ มักจะเป็นกันมากในช่วงที่อากาศเปลี่ยน โดยรับเชื้อที่แพร่กระจายอยู่ในอากาศ เกิดจากเชื้อไวรัสเป็นหลักร่วมกับแบคทีเรีย ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่เกิดแค่ในแมวเท่านั้น ได้แก่ Feline Viral Rhinotracheitis Virus (FVRC) หรือ Feline Herpevirus (FHV) และ Feline Calici Virus (FCV) อาจเกิดร่วมกับการติดเชื้อแบคทีเรีย Chlamydia หรือ Bordetella
เชื้อไวรัส FHV ทำให้แมวมีอาการอักเสบที่เยื่อบุตา จมูก และหลอดลม ซึม และอาการทั่วไปของไข้หวัด แต่ถ้าเป็นเชื้อไวรัส FCV จะมีอาการรุนแรงกว่า สังเกตได้จากการมีแผลที่หลุมบนลิ้น ทำให้น้องเจ็บลิ้นจนทานอาหารไม่ได้ เมื่อมีอาการรุนแรงอาจลามไปสู่ปอด จนเยื่อหุ้มปอดอักเสบ และทำให้เสียชีวิต ส่วนมากไข้หวัดแมวจะเจอในแมวที่ไม่ยังได้ฉีดวัคซีน ซึ่งมีโอกาสเกิดโรคได้ถึง 100 เปอร์เซ็นต์ มักจะไม่ค่อยพบในแมวที่เลี้ยงในระบบปิด หรือพบน้อย แต่ส่วนมากจะพบในแมวจร วิธีป้องกันโรคนี้ไม่ยากเลย เพียงแค่พาน้อง ๆ ไปฉีดวัคซีนป้องกันทุกปี และพยายามแยกน้องแมวที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีนไม่ให้อยู่ร่วมกับตัวที่ฉีดแล้ว
2. ไข้หัดแมว (Cat Distemper)
ไข้หัดแมวหรือเรียกอีกชื่อว่าโรคพาร์โวไวรัส มักพบในแมวอายุน้อย น้องแมวที่เป็นไข้หัดแมวจะมีอาการไข้สูง อาเจียน ซึม ท้องเสียอย่างรุนแรง ถ่ายเหลวจนเป็นน้ำ และเป็นมูกเลือด มีกลิ่นเหม็นคาว อาจมีอาการเกร็ง ปวดช่องท้อง และลำไส้เกิดการหนาตัวเนื่องจากมีแก๊สและของเหลว ทำให้ร่างกายช็อกเพราะเกิดสภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรงร่วมกับเม็ดเลือดขาวต่ำ จนเสียชีวิตได้ ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัส Feline Parvovirus ซึ่งคล้ายกับโรคลำไส้อักเสบ ไข้หัดแมวเป็นโรคติดต่อในแมวที่ติดต่อกันง่าย เกิดจากการกินอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนอุจจาระ หรือสารคัดหลั่งของแมวป่วย ที่สำคัญสามารถสำคัญสามารถติดผ่านคนได้ โดยคนเป็นพาหะ วิธีป้องกันคือ การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หัดแมว แยกแมวที่ป่วยเป็นโรคนี้ออกจากแมวปกติให้เร็วที่สุด และอย่าลืมทำความสะอาดบริเวณที่น้องอาศัยอยู่ทั้งหมดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ หรือน้ำยาฟอกขาว และล้างมือให้สะอาดเสมอก่อนที่จะสัมผัสน้องแมว
3. เชื้อราแมว (Microsporum Canis)
แมวที่เป็นเชื้อราแมวจะมีขนร่วงเป็นวง หรือหลุดออกมาเป็นหย่อม ๆ มีอาการแดงอักเสบและตกสะเก็ด น้องแมวจะมีอาการคัน และเกาบริเวณที่เป็นเชื้อราบ่อย หากผิวหนังถูกทำลายมากอาจทำให้ติดเชื้ออย่างอื่นแทรกซ้อนได้ เกิดจากการติดเชื้อราในกลุ่ม Dermatophyte ซึ่งพบได้ในสิ่งแวดล้อมทั่วไป เป็นโรคที่ติดต่อทั้งแมว สุนัข และคนผ่านการสัมผัสทั้งทางทางตรงและทางอ้อม แมวที่เป็นกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ ลูกแมวอายุน้อย แมวอายุมาก แมวป่วย แมวที่ภูมิคุ้มกันตก หรือเครียด
คนที่ติดเชื้อราจากแมว ที่ผิวหนังจะมีลักษณะเหมือนเป็นตุ่ม ผื่นแดง และค่อยๆลามเป็นวงแดงขอบนูน ช่วงขอบเป็นเหมือนตุ่มน้ำเล็ก ๆ และคัน พบได้บนผิวหนังทั่วทั้งร่างกาย วิธีป้องกันคือ แยกแมวที่เป็นเชื้อราออกจากแมวที่ไม่เป็น และอย่าลืมทำความสะอาดบริเวณที่น้องอาศัยอยู่ทั้งหมดด้วยน้ำยาฆ่าเชื้อ หรือน้ำยาฟอกขาว และล้างมือให้สะอาดเสมอก่อนที่จะสัมผัสน้องแมว เพราะเชื้อราสามารถติดตามเสื้อผ้าได้
4. โรคเอดส์แมว (Feline Immunodeficiency Virus; FIV)
แมวที่เป็นโรคนี้จะมีอาการคล้ายกับเอดส์ในคน ภูมิคุ้มกันในร่างกายจะลดน้อยลง แมวที่ป่วยในระยะแรกจะยังไม่มีอาการ แต่เมื่อเข้าสู่ระยะแสดงอาการ น้องแมวจะเริ่มมีอาการบกพร่องของระบบปัสสาวะ ระบบทางเดินหายใจ ช่องปาก และเหงือก ต่อมน้ำเหลืองโต และป่วยง่าย ส่วนมากจะมีอาการป่วยเรื้อรังและมักจะเสียชีวิตหลังจากเป็นไม่นาน เอดส์แมวเป็นโรคที่ติดต่อกันผ่านน้ำลายและเลือด รวมถึงจากพ่อแม่มาสู่ลูกได้เหมือนกัน
5. โรคอ้วน (Cat Obesity)
ในปัจจุบันมีแมวเป็นโรคอ้วนเป็นจำนวนมากเพราะส่วนใหญ่เจ้าของมักจะปล่อยให้น้องกินแล้วก็นอน เดินหรือเล่นแปป ๆ ก็กลับมานอนอีก โดยหากน้องไม่ได้ออกกำลังกายเลยจะทำให้น้องอ้วนได้ เพราะพลังงานจากอาหารที่กินนั้นมากกว่าพลังงานที่น้องใช้ไปในแต่ละวัน ซึ่งทำให้พลังงานส่วนเกินเหล่านั้นถูกเก็บเป็นไขมันนั่นเอง ซึ่งนอกจากน้องแมวจะเป็นโรคอ้วนแล้วยังเสี่ยงต่อโรคตับ เบาหวาน หรือเข่าเสื่อมได้
6. โรคไต (Kidney Disease)
แมวที่เป็นโรคไตจะมีอาการเบื่ออาหาร ทานน้ำบ่อย ปัสสาวะบ่อยหรือไม่ปัสสาวะเลย ปัสสาวะขุ่นหรือเป็นเลือด อาเจียน เฉื่อยชา ซึม น้ำหนักลด ลมหายใจเหม็น ปากเป็นแผลหรือร้อนใน ท้องร่วงหรือท้องผูก นอนหลับมากกว่าปกติ ซึ่งหากปล่อยไว้นานโดยไม่ได้รับการรักษา อาจทำให้น้องแมวเสี่ยงต่อการเสียชีวิตได้ ซึ่งมาจากหลายสาเหตุ เช่น น้องแมวมีอายุมากกว่า7ปีขึ้นไป ได้รับสารพิษจากอาหาร ทานอาหารที่มีฟอสฟอรัสหรือโปรตีนสูง เป็นนิ่วที่ทางเดินปัสสาวะ โรคมะเร็ง ความดันโลหิตสูงเป็นต้น ซึ่งแมวบางสายพันธุ์จะมีโอกาสเสี่ยงที่จะเป็นโรคไจสูงกว่าแมวพันธุ์อื่น ๆ เช่น เปอร์เซียและแองโกลา วิธีป้องกันง่ายๆคือ พยายามให้น้องทานอาหารที่ดี มีสารอาหารที่มีประโยชน์และเหมาะสมต่อวัยและรูปแบบการเลี้ยงน้อง ๆ
7. โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบ (feline infectious peritonitis; FIP)
น้องแมวที่ป่วยเป็นโรคนี้จะมีอาการซึม มีไข้ เบื่ออาหาร ท้องเสียแบบเป็น ๆ หาย ๆ ตาอักเสบ น้ำหนักลดโดยไม่มีสาเหตุ น้องผอมลงแต่ช่วงอกกับช่องท้องใหญ่ขึ้น และหากปล่อยให้เชื้อลามไปเนื้อเยื่อประสาท จะทำให้น้องแมวมีอาการผิดปกติที่ระบบประสาทด้วย เช่น เสียการควบคุมเวลาขับถ่าย หรือเสียการควบคุมการทรงตัว เดินเซ ชัก สั่น ซึ่งเกิดจากเชื้อไวรัสในกลุ่ม Coronavirus ซึ่งคล้ายกับเชื้อที่ทำให้แมวเป็นลำไส้อักเสบแต่มีความรุนแรงกว่า เพราะสามารถกลายพันธุ์ได้ มักเกิดจากการทานอาหารที่ปนเปื้อนอุจจาระ หรือสัมผัสอุจจาระของแมวที่ป่วย เช่น การใช้กระบะทรายเดียวกัน แมวที่มีความเสี่ยงมักจะเป็นแมวที่ไม่ค่อยแข็งแรง เช่น แมวเด็ก หรือแมวอายุมาก และโรคนี้ยังสามารถเป็นอาการแทรกซ้อนในแมวที่ภูมิคุ้มกันต่ำ หรือภูมิคุ้มกันตกเนื่องจากป่วยโรคอื่นอยู่
1) แบบหน้าแมว ลายของแบบนี้มีความตะมุตะมิมากกกกก มีหลายหน้าหลายอารมณ์สุด ๆ
2) แบบกระดูกหมา แบบนี้ก็มีลายเบอะมาก ดีไซน์เก๋ ๆ ห้อยคอน้องหมาจะเหมาะมาก ๆ ค่ะ น่ารักกกก
3) แบบดาวเสาร์ แบบนี้แนะนำมากถึงมากที่สุดค่ะ แนะนำแบบตะโกน มันสวยมันเก๋ มันดีมากกกกกกก ดีไซน์แบบใหม่แบบสับ แถมเลเซอร์ลายออกมาแล้วดูดีมากกก ห้อยคอน้องหมาน้องแมวคือ ดูเป็นลูกคุณหนูทันที
4) แบบทรงกลม อันนี้แบบปกติค่ะ เบสิค ๆ แต่เพิ่มลูกเล่นด้วยลายหมาแมวน่ารักกรุบกริบ บอกเลยว่าถ้าเลือกสีดำนะ ยกให้ 10 นิ้วโป้งเลยค่ะ