

ทาสหลาย ๆ บ้านคงจะเคยเห็นเจ้านายมีอาการจาม น้ำมูกไหล ท้องเสีย เพลีย ซึม หรือถึงขั้นขนร่วง ผอมซูบ ทำให้ทาสอย่างเรากินไม่ได้นอนไม่หลับเพราะไม่รู้ว่าน้องแมวเป็นอะไร จะอันตรายถึงชีวิตไหม ซึ่งเหล่าทาสรู้ไหมว่า อาการต่าง ๆ เหล่านี้อาจเป็นสาเหตุของโรคที่คาดไม่ถึง หากไม่รีบไปหาคุณหมออาจเป็นอันตรายต่อลูก ๆ ของเราได้
Happy Tag ได้รวบรวม 7 โรคยอดฮิตที่น้องแมวเป็นมากที่สุดมาให้เหล่าทาสได้รู้จัก และสาเหตุของโรค เพื่อให้ทุกคนรู้วิธีป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดขึ้นกับน้อง ๆ ในอนาคต
เป็นการตัดทั้งรังไข่และมดลูกออกซึ่งนิยมใช้กันมากในปัจจุบันเพราะมีความปลอดภัยกว่าวิธีที่ใช้ในสมัยก่อนมาก ซึ่งเป็นการผ่าตัดที่ใหญ่กว่าของเพศผู้เพราะต้องผ่าเปิดช่องท้อง ซึ่งต้องใช้เวลาพักฟื้นนานกว่าเพราะจะตัดแค่รังไข่ออก ซึ่งอาจทำให้มดลูกติดเชื้อ หรือตัดเฉพาะมดลูกอย่างเดียวจะทำให้น้องยังมีอาการติดสัดอยู่ เพราะยังคงมีฮอร์โมนเพศจากรังไข่ที่ยังไม่ได้ตัด และปากมดลูกก็ยังติดเชื้อเป็นหนองได้
แมวเพศผู้
เป็นการผ่าเอาลูกอัณฑะและท่อนำอสุจิออก ซึ่งเป็นแหล่งผลิตฮอร์โมนเพศผู้ จึงทำให้น้องมีพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เช่น ปกติแล้วน้องแมวเพศผู้มักจะก้าวร้าว มักจะไปกัดกับแมวตัวผู้ที่อยู่ใกล้เคียง ซึ่งหลังจากทำหมันแล้ว น้องจะไม่ค่อยหนีเที่ยว ไม่ค่อยปัสสาวะเรี่ยราด และมีแนวโน้มน้ำหนักตัวมากขึ้น ซึ่งแผลจะหายเร็วกว่าตัวเมียเพราะเป็นการผ่าตัดที่ไม่ซับซ้อน
อายุน้องมักจะเป็นสัดช่วงแรกคือ ช่วงอายุ 6 – 12 เดือน แต่ก็มีปัจจัยอื่นเช่น การอยู่ใกล้ชิดตัวผู้ สายพันธุ์ พันธุกรรม และน้ำหนักตัวที่ถึงมาตรฐาน ซึ่งโดยรวมแล้วจะขึ้นอยู่กับความแข็งแรง และความพร้อมของร่างกายน้องแมวแต่ละตัว ซึ่งการทำหมันควรจะรอให้น้องเป็นสัดครั้งแรกไปแล้วถึงทำได้ ช่วงตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไปหรือฉีดวัคซีนครบแล้ว เพราะน้องแมวที่ยังไม่ถึง 6 เดือนจะมีความเสี่ยงจากการให้ยาสลบ เพราะร่างกายของน้องยังไม่สมบูรณ์ดี อาจจะเป็นอันตรายต่อน้องได้
1. ซึม ไม่ค่อยขยับตัว
หลังจากทำหมันแล้วในช่วงแรก น้องแมวจะมีอาการซึมเศร้า ไม่ค่อยขยับตัว เอาแต่นอนนิ่ง ๆ ซึ่งมีสาเหตุมาจากน้องเครียดและเจ็บแผลผ่าตัด ซึ่งจะซึมไม่เกิน 14 ชั่วโมง โดยจะหายเร็วหรือช้านั้นขึ้นอยู่กับความแข็งแรงของน้องแมวแต่ละตัว โดยเจ้าของควรปล่อยให้น้องได้พัก อย่าพึ่งปล่อยให้วิ่งเล่น ทาสควรจะดูแลน้องอย่างใกล้ชิด
2. เบื่ออาหาร
หลังจากน้องทำหมันแล้วมักจะไม่ค่อยทานอาหารเพราะน้องยังเจ็บแผลอยู่ แต่หากน้องอาการดีขึ้น เจ็บแผลน้อยลงน้องจะค่อย ๆ ทานมากขึ้นเอง หากน้องยังไม่ค่อยทาน อาจจะใส่อาหารฟรีซดราย หรือผงโรยอาหารแมวลงไป เพื่อเพิ่มกลิ่นและรสชาติให้น่าทานยิ่งขึ้น
3. น้องแมวไม่ค่อยก้าวร้าว
น้องแมวเพศผู้จะขู่หรือกัดเพื่อแย่งตัวเมียน้อยลง เพราะน้องเลิกติดสัดแล้ว แต่น้องแมวบางตัวจะมีอาการตื่นและกลัวเพราะเครียด และอาจจะขู่เจ้าของหรือน้องแมวที่เลี้ยงอยู่ด้วยกัน
4. น้องแมวไม่ส่งเสียงร้องติดสัด
น้องแมวจะส่งเสียงร้องติดสัด หรือที่บางคนเรียกว่าเสียงหง่าว เพื่อหาคู่น้อยลง หรือหายไปเลย และอาการบิดตัวไปมาก็หายไปเช่นกัน
5. น้องแมวรู้สึกเกร็งที่กล้ามเนื้อช่องท้อง
น้องแมวจะรู้สึกเกร็งกล้ามเนื้อช่องท้องเป็นผลมาจากการผ่าตัด ซึ่งน้องแมวเพศผู้จะเป็นน้อยกว่าเพศเมียเพราะวิธีการผ่าตัดง่ายกว่าและแผลหายไวกว่า ส่วนน้องแมวตัวเมียจะใช้เวลาพักฟื้นนานกว่า จึงรู้สึกเกร็งกล้ามเนื้อหน้าท้องนานกว่า
การทำหมันแมวเป็นการช่วยควบคุมประชากรแมวไม่ให้มากเกินไป โดยเฉพาะน้องแมวจรเพราะมีประชากรน้องเยอะมาก และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทุกคนรู้หรือไม่ว่าน้องแมวท้องเพียงแค่ 2 เดือน น้องจึงสามารถตั้งท้องได้มากถึง 4 ครั้งต่อปี และใน 1 คอกสามารถมีลูกประมาณ 3-5 ตัว หากเราไม่ต้องการให้ปัญหาแมวจรเยอะไปกว่านี้ และหากเหล่าทาสไม่ต้องการขยายพันธุ์น้อง การทำหมันน้องแมวถือเป็นทางออกที่ดีที่สุดค่า
ดังนั้นการดูแลแมวที่ทำหมันแล้วให้มีสุขภาพดีในระยะยาว เจ้าของแมวจึงจำเป็นจะต้องเข้าใจหลักในการดูแลแมวหลังทำหมันในด้านต่าง ๆ ต่อไปนี้
1. จำกัดบริเวณ
เหล่าทาสควรจำกัดบริเวณให้น้อง ๆ มีการเคลื่อนไหวน้อยที่สุดในช่วง 7 วันแรกหลังการผ่าตัด เช่น ห้ามน้องกระโดด วิ่ง หรือปีนขึ้นที่สูง เพราะอาจทำให้แผลฉีกขาดและหายช้า ควรจัดพื้นที่ให้เหมาะแก่การพักผ่อนเพื่อให้แผลหายเร็ว และร่างกายน้องแมวแข็งแรงขึ้น
2. เข้าใจพฤติกรรมหลังการทำหมัน
ทาสทั้งหลายควรเข้าใจพฤติกรรมของน้องแมวว่าจะเปลี่ยนไปหลังทำหมันไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน เพราะการทำหมันทำให้ฮอร์โมนเพศของทั้งน้องแมวทั้งเพศผู้และเพศเมียลดลง นอกจากนั้นการทำงานของร่างกายน้อง ๆ ก็เปลี่ยนไปด้วย เช่น น้องซึมลง เฉื่อยชา ไม่ค่อยอยากเล่นเหมือนแต่ก่อน หรือไม่อยากออกนอกบ้าน ซึ่งหากเจ้าของละเลยสิ่งเหล่านี้อาจทำให้น้องแมวน้ำหนักเกินเกณฑ์ และก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ เช่น เบาหวาน ปัญหากระดูกและข้อ หรือระบบทางเดินปัสสาวะ เช่น นิ่ว หรือกระเพาะปัสสาวะอักเสบ เป็นต้น
3. คอยสังเกตความผิดปกติหลังทำหมัน
หากเหล่าทาสเข้าใจอาการผิดปกติที่อาจเกิดหลังจากการทำหมันแล้ว ก็ควรหมันสังเกตดูว่าน้องแมวของเรามีอาการผิดปกติต่าง ๆ เหล่านี้บ้างหรือไม่ ซึ่งหากพบอาการผิดปกติควรพาน้องไปพบสัตวแพทย์เพื่อตรวจเช็คสุขภาพ เพราะหากน้องป่วยจริง การรีบไปพบแพทย์จะช่วยให้น้องไม่เป็นหนัก หรือรักษาได้รวดเร็ว
4. พาน้องแมวไปออกกำลังกาย
การพาน้องแมวไปออกกำลังกายช่วยให้น้องสุขภาพแข็งแรงมากขึ้น และทำให้น้องได้ใช้พลังงาน ซึ่งการออกกำลังกายน้องแมวจะไม่ใช่การพาจูงเดินไปแบบน้องหมา เพราะน้องแมวเป็นสัตว์ที่มีสัญชาตญาณนักล่า เพราะฉะนั้นการเล่นกับน้องแมวต้องกระตุ้นให้น้องแมวหันมาสนใจ และปลุกสัญชาตญาณนักล่าโดยการล่อให้น้องวิ่งไล่ เช่น ไม้ตกแมว ตุ๊กตาหนู ขนนก เชือก เลเซอร์ หรือคอนโดแมวที่มีชั้นสูง ๆ ให้น้องแมวได้ปีนเล่น ซึ่งวัสดุที่ใช้ทำของเล่นและคอนโดแมวควรปลอดภัยและมีมาตรฐาน
5. เลือกอาหารให้เหมาะกับน้อง
ทาสควรเลือกอาหารที่ช่วยให้น้องแมวที่ทำหมันแล้วไม่เกิดภาวะน้ำหนักเกิน โดยบางยี่ห้อจะมีสูตรเฉพาะสำหรับแมวทำหมัน โดยจะมีอัตราส่วนสารอาหารที่เหมาะสม โดยไม่ให้พลังงานที่สูงเกินไป ซึ่งเหมาะมากกว่าอาหารแมวสูตรทั่วไปที่ให้พลังงานสูง
แต่ถ้าคุณพ่อคุณแม่ไม่มั่นใจว่าลูก ๆ ของเราสามารถทำหมันได้รึยัง ก็สามารถไปพบสัตวแพทย์เพื่อปรึกษาก่อนได้นะค้า
วันนี้เราจะมาแนะนำป้ายชื่อสัตว์เลี้ยง ที่มีความน่ารักกุ๊กกิ๊ก สลักชื่อด้วยเลเซอร์ แถมลวดลายของแต่ละรูปแบบมีความน่ารักมากกก คิ้วท์สุด ๆ จะบอกว่าของร้านนี้ที่เป็นร้านของเราเอง เป็นของ Happytag ค่าาา มีป้ายชื่อทั้งหมด 4 แบบนะคะ
1) แบบหน้าแมว ลายของแบบนี้มีความตะมุตะมิมากกกกก มีหลายหน้าหลายอารมณ์สุด ๆ
2) แบบกระดูกหมา แบบนี้ก็มีลายเบอะมาก ดีไซน์เก๋ ๆ ห้อยคอน้องหมาจะเหมาะมาก ๆ ค่ะ น่ารักกกก
3) แบบดาวเสาร์ แบบนี้แนะนำมากถึงมากที่สุดค่ะ แนะนำแบบตะโกน มันสวยมันเก๋ มันดีมากกกกกกก ดีไซน์แบบใหม่แบบสับ แถมเลเซอร์ลายออกมาแล้วดูดีมากกก ห้อยคอน้องหมาน้องแมวคือ ดูเป็นลูกคุณหนูทันที
4) แบบทรงกลม อันนี้แบบปกติค่ะ เบสิค ๆ แต่เพิ่มลูกเล่นด้วยลายหมาแมวน่ารักกรุบกริบ บอกเลยว่าถ้าเลือกสีดำนะ ยกให้ 10 นิ้วโป้งเลยค่ะ